รายละเอียดบทความ

เตรียมตัวเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ก่อนคลอด
ก่อนคลอด

เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะเลี้ยงลูกด้วย นมแม่  ขอให้ตั้งใจอย่างแน่วแน่และมั่นคง ขอให้ระลึกอยู่เสมอว่า

 

“คุณกำลังจะให้ของขวัญที่พิเศษสุดแก่ลูกน้อย ซึ่งมีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะมอบให้ได้

หากคุณพลาดโอกาสนี้ไป  คุณอาจจะรู้สึกเสียใจทุกครั้ง เมื่อหวนคิดถึงมัน”

 

สิ่งที่คุณควรจะรู้ก่อนเริ่มต้นก็คือ

 

ธรรมชาติสร้างมาให้ แม่ทุกคน มีน้ำนมให้ลูกกินเป็นอาหาร 

การมีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกโดยไม่ต้องใช้นมผสมนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ธรรมชาติสร้างมา

ไม่ใช่ “โชคดีที่มีน้ำนม” อย่างที่หลายๆ คน เคยพูดให้คุณได้ยิน

 

 

การจะเลี้ยงลูกด้วย นมแม่ เป็นทักษะที่ต้องอาศัยการเรียนรู้  เหมือนการเรียนการทำอาหาร

 

ต้องอาศัยความอดทนและการฝึกฝน

 

ในระหว่างที่คุณและลูกกำลังเรียนรู้อยู่นั้น

คุณอาจมีความรู้สึกยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยบ้างในบางครั้ง  แต่ทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ในบางสถานการณ์ อาจต้องใช้เวลามากกว่าปกติ อย่างการคลอดก่อนกำหนด หรือผ่าตัดคลอด หรือทารกมีอาการผิดปกติ  ถ้ามีปัญหาใดๆ อย่ารีรอที่จะขอความช่วยเหลือ

 

จงจำไว้ว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นั้นจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ไม่ใช่ยากขึ้น

นี่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพทั้งของคุณและลูกน้อย ประหยัดเงินทั้งค่านมและค่ารักษาพยาบาล

 

และเหนือสิ่งอื่นใด

เป็นการสร้างสัมพันธภาพซึ่งยาวนานตลอดชีวิตของคุณและลูกน้อย

 

ในระหว่างตั้งครรภ์ สิ่งที่คุณควรจะเตรียมตัวก็ คือ

 

1. หาความรู้ให้มากที่สุดเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วย นมแม่

 

         เมื่อเริ่มตั้งครรภ์  ว่าที่คุณแม่และว่าที่คุณพ่อเกือบทุกคนเตรียมตัวและหาความรู้อย่างเต็มที่กับการเตรียมตัวสำหรับการคลอด ซึ่งเป็นกระบวนการที่กินเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็จบ  ในขณะที่การเลี้ยงลูกด้วย นมแม่ ซึ่งยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี  กลับมีการเตรียมตัวและหาข้อมูลกันน้อยมาก

 

          น่าเสียดายที่หน่วยงานของรัฐไม่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ให้มากกว่านี้  ทำให้เรามีแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับต่างประเทศ  แต่กระนั้นก็ยังมีแหล่งข้อมูลดีๆ ที่เป็นที่พึ่งได้อย่าง  กลุ่มนมแม่, ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย,คลีนิคนมแม่

 

           หนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยิ่งมีน้อยมาก และหาไม่ค่อยได้ตามร้านหนังสือทั่วไป  จากการสำรวจล่าสุด มีดังนี้

 

2.หาคนคอยสนับสนุนและช่วยเหลือ

 

           บุคคลสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบความสำเร็จก็คือ สามี  รองลงมาก็คือ คุณยาย คุณย่า และคนในครอบครัว พยายามทำความเข้าใจกับคนในครอบครัวให้ชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บอกให้ทุกคนทราบถึงข้อมูลต่างๆ ที่คุณได้ศึกษามาเป็นอย่างดีถึงประโยชน์ของนมแม่  เพราะคุณต้องการกำลังใจอย่างมากสำหรับการนี้  ความขัดแย้งทางความคิดในบางครอบครัวอาจเป็นอุปสรรคที่สำคัญสำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

 

3.เลือกกุมารแพทย์ที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

 

          โดยทั่วไป โรงพยาบาลของรัฐจะมีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่แล้ว โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองว่า เป็น โรงพยาบาล สายสัมพันธ์แม่-ลูก จะมีแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและ UNICEF  

 

           สำหรับโรงพยาบาลเอกชน  คุณอาจสอบถามได้จากเพื่อนฝูงหรือ พยาบาลว่ากุมารแพทย์ท่านใดสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  ถ้าไม่แน่ใจลองสังเกตจาก สิ่งเหล่านี้

 

4. การตรวจ และเตรียมเต้านม

 

        ตรวจดูขนาดและรูปร่างของเต้านมและหัวนม เพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น มีก้อนเนื้องอกหรือถุงน้ำซึ่งอาจจะต้องให้การรักษาหัวนมสั้น แบนบุ๋ม โดยทั่วไปหัวนมจะยาวประมาณ 0.5–1ซม.ถ้าสั้นกว่านี้ลูกอาจจะดูดนมลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าผิวหนังที่ลานหัวนมตึงแข็งจับดึงหยุ่นไม่ได้ โคนหัวนมหนาใหญ่ด้วย จะยิ่งดูดลำบาก แต่ถ้าลานหัวนมยืดหยุ่นดีแม้หัวนมสั้น จะสามารถดูดได้ไม่ยาก

         

           ความผิดปกติที่เกิดขึ้นควรปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์หรือหน่วยฝากครรภ์ของโรงพยาบาล เพื่อจะได้แก้ไข เสียแต่เนิ่นๆ เพื่อจะช่วย ให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีความราบรื่นมากขึ้น ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ช่วยแก้ไขปัญหาหัวนมบอดวางจำหน่ายหลายยี่ห้อ ตามห้างสรรพสินค้า เช่น ปั๊มหัวนมบอด, นิปเปล็ด, ปทุมแก้ว หรือฝาครอบบริหารหัวนม

  

***ขนาดของเต้านมไม่สัมพันธ์กับการสร้างน้ำนม คุณแม่บางท่านอาจกังวลใจว่าเต้านมมีขนาดเล็กทั้งนี้เป็นเพราะ ปริมาณไขมันในเต้านมมีน้อย แต่ส่วนที่สร้างน้ำนม คือ ต่อมและท่อน้ำนมซึ่งคุณแม่ทุกคนจะมีปริมาณเท่ากัน ฉะนั้นขนาดของเต้านมไม่มีผลต่อความสามารถในการสร้างน้ำนมให้ลูก***

ผู้ลงบทความ : mammygracy